คุณสมบัติสำคัญของโลหะที่จะนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมแต่ละประเภทจะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ? วันนี้ Prosupply จะพาทุกคนไปเจาะลึกเกี่ยวกับคุณสมบัติของโลหะ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องการนำความร้อน ความทนทาน การนำไฟฟ้า หรือแค่ความมันวาวสะท้อนแสงของเนื้อโลหะ แต่เป็นคุณสมบัติสำคัญที่โลหะต้องมีก่อนนำไปใช้ผลิตเป็นชิ้นงานในอุตสาหกรรม จะมีอะไรบ้าง และมีความสำคัญอย่างไรไปหาคำตอบกันได้ในบทความนี้เลย
โลหะในงานอุตสาหกรรม หมายถึงอะไร ?
โลหะในงานอุตสาหกรรม คือ ประเภทของโลหะที่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะเลือกเพื่อนำไปใช้งานให้เหมาะสมกับประเภทของธุรกิจและความต้องการของงานนั้น ๆ โดยโลหะที่จะนำไปใช้เพื่อผลิตออกมาเป็นสินค้า อะไหล่ หรือส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ก็จะมีคุณสมบัติที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการต่างกัน เพื่อให้ชิ้นงานที่ได้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และทนทานต่อการใช้งานของผู้บริโภคหรือลูกค้าที่ภาคอุตสาหกรรมจะต้องส่งมอบต่อไป

9 คุณสมบัติสำคัญที่โลหะในงานอุตสาหกรรมควรมี
1. ความแข็งแรงและทนทาน
เป็นคุณสมบัติทางด้านกายภาพของโลหะ เช่น จุดหลอมเหลว จุดเดือด ความแข็งแรง ความหนา ความทนทาน ความเปราะ เพื่อจะได้เลือกใช้ประเภทของโลหะที่เหมาะสมกับความต้องการนำมาใช้งาน เช่น การนำมาใช้เป็นโครงสร้างอาคาร จะต้องเลือกโลหะที่มีความหนาแน่น ไม่เปราะง่าย ทนต่อสภาพอากาศ มีปริมาณคาร์บอนไม่สูงเกินไปอย่างเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ หรือหากเป้นเหล็กสำหรับการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ เครื่องจักร ก็จะมีคุณสมบัติทางกายภาพแตกต่างกันไปในแต่ละประเภท
2. การนำไฟฟ้า การนำความร้อน
สำหรับโลหะที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าหรือนำความร้อนที่ดี จะทำให้เหมาะกับการนำไปใช้ในงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการนำไฟฟ้า ส่งกำลังไฟ เป็นชิ้นส่วนพลังงานหรือแหล่งพลังงานที่ทำให้เกิดการทำงานของเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ โดยประเภทของโลหะที่นิยมนำไปใช้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมด้านไฟฟ้า ได้แก่ ทองแดง อลูมิเนียม หรือทองเหลือง เป็นต้น
3. ความอ่อนตัวในการขึ้นรูป
เป็นคุณสมบัติที่จะทำให้โลหะมีความสามารถในการนำไปขึ้นรูปเป็นทรวดทรงต่าง ๆ ตามความเหมาะสมในการนำไปใช้งาน โดยโลหะแต่ละชนิดก็จะมีความอ่อนตัวหรือความยืดหยุ่นในการนำไปแปรรูปที่ต่างกัน มีกรมวิธีในการแปรรูปโลหะที่ไม่เหมือนกัน เช่น การดึงเป็นเส้น การรีด หรือการตัดเป็นชิ้น ขึ้นอยู่กับความต้องการในการนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

4. ความเหนียว
ความเหนียวของโลหะคล้ายกันกับความอ่อนตัว แต่เป็นในรูปแบบของการนำโลหะมาดึงหรือรีดเป็นเส้นเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า เช่น สายเคเบิล สายนำไฟฟ้า วงจรไฟฟ้า การเดินสายหรือระบบท่อ ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติสำคัญที่การนำโลหะไปใช้งานในอุตสาหกรรมประเภทนี้ต้องมี
5. ความต้านทานการเกิดสนิม
หมายถึงการต้านทานการกัดกร่อนของสภาพอากาศ หรือการเกิดสนิม โดยถ้าหากเป็นโลหะกลุ่มเหล็กจะมีการเกิดสนิมขึ้นได้เมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ดังนั้นจะต้องเลือกวิธีการป้องกันการกัดกร่อน เช่น การเคลือบด้วยดีบุกหรือสังกะสี การเลือกใช้เป็นเหล็กผสม รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นโลหะนอกกลุ่มเหล็ก เช่น สแตนเลส ทองแดง หรือทองเหลืองง สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องให้ความสำคัญกับคุณสมบัติต้านทานการกัดกร่อน
6. การสะท้อนแสง
เพราะว่าโลหะหลายชนิดมีคุณสมบัติในการสะท้อนแสงที่ค่อนข้างสูงและกระจายแสงได้ดี เหมาะกับการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากคุณสมบัติข้อนี้ เช่น แผงโซลาร์เซลล์ การผลิตกระจกเงา การเคลือบสะท้อนแสง และอื่น ๆ อีกมากมาย
7. การขยายตัวเมื่อถูกความร้อน
เพราะการขยายตัวตามความร้อนหรือตามอุณหภูมิเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของโลหะทั่วไปอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นข้อดีที่โลหะบางชนิดเหมาะกับการนำมาเชื่อมประสาน เพื่อนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ หรือเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับชิ้นงาน
8. มีคุณสมบัติทางด้านแม่เหล็ก
โลหะบางชนิดจะมีคุณสมบัติด้านแม่เหล็ก จึงเหมาะกับการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้คุณสมบัติของแม่เหล็กเป็นสิ่งชูโรง เช่น ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่จัดเก็บข้อมูลแบบแม่เหล็ก หรือใช้ในการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านต่าง ๆ ได้
9. การรีไซเคิล
เพราะโลหะเป็นวัสดุที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นขยะตกค้างที่สร้างมลพิษให้กับโลก รวมถึงหลังจากการรีไซเคิลมาแล้วคุณสมบัติต่าง ๆ ของเหล็กก็จะยังอยู่คงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง จึงเป็นวัสดุประเภทที่เป็นมิตรกับโลก ลดผลกระทบที่เกิดจากการทำงานของภาคอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดีด้วย
ทำไมคุณสมบัติเหล่านี้จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรม
เพราะการนำวัสดุประเภทโลหะไปใช้งานในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมจากคุณสมบัติต่าง ๆ ให้ตรงกับประเภทของอุตสาหกรรมนั้น ๆ เช่น การก่อสร้างอาคาร ถนน การเลือกใช้เหล็กกล้า เหล็กเส้น หรือเหล็กกล้าคาร์บอนในปริมาณที่ต่ำหรือสูง ล้วนส่งผลต่อโครงสร้างที่ได้ หรือถ้าเป็นภาคอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ การเลือกโลหะอย่างทองเหลืองไปผลิตเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ ข้อต่อ ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับชิ้นงานโดยรวมได้ หรือในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า การเลือกใช้โลหะที่นำความร้อนและนำไฟได้ดีก็จะช่วยให้ชิ้นงานที่ได้มีคุณภาพและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นต้น



ดังนั้น คุณสมบัติเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ Prosupply เล็งเห็นว่าในการจะเลือกวัสดุประเภทโลหะไปใช้งาน หรือเลือกไปแปรรูป ไม่ว่าจะตัด เจาะ พับโลหะหรือเชื่อมโลหะ ไม่ว่าจะในภาคอุตสาหกรรมหรือแม้แต่ในระดับครัวเรือนล้วนแล้วแต่จะต้องพิจารณาถึงประเภท และความเหมาะสมกับเป้าหมายการใช้งานก่อนทุกครั้ง เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่ทนทาน แข็งแรง ตรงตามวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้งานมากที่สุด
🖥️ Line Oa: @prosupply
☎️ Tel: 099-3232989, 086-3328847, 063-3636595
✉️ Email: [email protected]
📘 Facebook: Laser Cut Pro Supply