งานเชื่อมโลหะก็ไม่ต่างจากการแปรรูปโลหะแบบอื่น ๆ ที่ชิ้นงานจะต้องออกมามีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อให้ชิ้นงานสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การเชื่อมที่เน้นประสานวัสดุสองชิ้นเข้าด้วยกันจะมีวิธีในการตรวจเช็กคุณภาพอย่างไร ต้องดูที่ตรงไหน บทความนี้มีคำตอบ
งานเชื่อมโลหะมีคุณภาพ พิจารณาจากส่วนไหน
สำหรับการจะดูว่าชิ้นงานเชื่อมโลหะที่ได้มาเป็นงานเชื่อมที่ดีหรือไม่ เบื้องต้นเราสามารถสังเกตได้จากสิ่งที่เรียกว่า “แนวเชื่อมโลหะ (Weld Bead)” ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่างานเชื่อมโลหะชิ้นนี้ถือว่ามีคุณภาพดี หรือคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน

ทำไมแนวเชื่อมโลหะจึงเป็นตัวบ่งบอกมาตรฐาน
สาเหตุที่เราจะใช้การเช็กแนวเชื่อมโลหะว่าชิ้นงานนี้มีคุณภาพหรือไม่ เป็นเพราะว่ารอยเชื่อมที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนผลลัพธ์ของกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การเตรียมผิววัสดุที่จะเชื่อม เทคนิคที่ใช้เชื่อม ความละเอียดและความเข้าใจในการลงมือเชื่อมวัสดุของช่าง ซึ่งกลายมาเป็นแนวเชื่อมที่ปราฎขึ้นในขั้นตอนสุดท้าย โดยแนวเชื่อมที่ดีต้องรวมโลหะสองชิ้นเข้าเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ไม่มีตำหนิที่รอยเชื่อมหรือมีรอยแตกร้าว
แนวเชื่อมบนผิววัสดุสะท้อนถึงปัจจัยต่างๆ เหล่านี้
- เทคนิคและฝีมือของช่างในการเชื่อมโลหะ
- ความละเอียดและประณีตในการเชื่อม
- ความแข็งแรงและสมบูรณ์ของวัสดุที่ถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน
วิธีเช็กรอยเชื่อมโลหะมีอะไรบ้าง
การเช็กคุณภาพแนวเชื่อมชิ้นงานโลหะนั้น มีวิธีที่ได้รับความนิยม 2 ส่วน คือการตรวจเช็กแบบไม่ทำลาย (NDT) ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อชิ้นงาน และการทดสอบแบบทำลาย ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้

1. การทดสอบแบบไม่ทำลาย (NDT)
สำหรับการตรวจสอบคุณภาพแบบไม่ทำลาย จะเป็นการตรวจสอบโดยใช้สายตาและเครื่องมือที่ไม่ส่งผลกระทบหรือทำลายเนื้อวัสดุและแนวเชื่อมวัสดุที่เกิดขึ้น สามารถนำชิ้นงานไปใช้งานต่อได้ ประกอบไปด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
- การตรวจเช็กด้วยสายตา (VT)
คือการตรวจเช็กในส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น รอยเชื่อมโลหะบนพื้นผิววัสดุมีความเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน รอยเชื่อมมีความสม่ำเสมอไม่นูนหรือขรุขระ รวมถึงแนวเชื่อมต้องมีความแข็งแรง ไม่มีรอยแตก ร้าว หรือมีร่องให้เกิดการแตกหักในภายหลัง
- การใช้สารแทรกซึม (PT)
เป็นการตรวจสอบโดยใช้สารเคมีที่เป็นสารเหลวสี (Penetrant) แทรกซึมเข้าไปในรอยแตกในแนวเชื่อมจากนั้นใช้สารดึงสี (Developer) ช่วยดึงสีขึ้นมาให้เห็นรอยแตก รูพรุนต่าง ๆ ได้ชัดเจน
- การตรวจสอบด้วยคลื่นเสียง (UT)
เป็นเทคนิคตรวจสอบด้วยการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปในชิ้นงาน ทำให้เสียงสะท้อนกลับเมื่อเจอตำหนิภายใน
- การตรวจสอบด้วยรังสี (RT)
เป็นการตรวจด้วยการฉายรังสี X-Ray หรือ Gamma-ray ลงบนวัสดุ รังสีจะทำการแสดงตำหนิในจุดต่าง ๆ ออกมาผ่านแผ่นฟิล์ม
2. การทดสอบแบบทำลาย (DT)
เป็นการทดสอบคุณภาพของรอยเชื่อมโดยใช้วิธีการที่ทำให้ชิ้นงานเกิดความเสียหาย เป็นวิธีใช้ตรวจสอบเทคนิคและความสามารถในการเชื่อมของช่างเชื่อมโดยเฉพาะ ประกอบไปด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น
- ทดสอบแรงดึง : ดึงวัสดุจนขาดเพื่อทดสอบความแข็งแรงสูงสุดของรอยเชื่อม
- ทดสอบการดัดโค้ง : ดัดชิ้นงานให้อยู่ในองศาที่กำหนดเพื่อตรวจสอบว่าชิ้นงานจะแตกหักหรือไม่ เป็นการตรวจสอบความยืดหยุ่นและความเหนียว
- ทดสอบแรงกระแทก : จะใช้น้ำหนักกระแทกชิ้นงานเพื่อวัดความสามารถในการดูดซับพลังงานของแนวเชื่อม
- ทดสอบความแข็ง : ใช้หัวกดกดลงบนผิวชิ้นงานด้วยแรงที่กำหนดเพื่อทดสอบความแข็งของแนวเชื่อม
- ทดสอบระดับภายใน : ใช้กรดกร่อนทำลายชิ้นงานเพื่อให้โครงสร้างการเชื่อมชัดขึ้นมาให้ตรวจสอบได้ด้วยตาเปล่า
ตำหนิที่เกิดจากแนวเชื่อมโลหะไม่ได้คุณภาพ

สำหรับงานเชื่อมที่ไม่ได้คุณภาพจะแสดงให้เห็นถึงตำหนิหรือความไม่สมบูรณ์ที่บริเวณแนวเชื่อมของชิ้นงาน ซึ่งถ้าหากบนชิ้นงานเชื่อมโลหะปรากฎให้เห็นลักษณะเหล่านี้ อาจเป็นไปได้ว่าชิ้นงานเหล่านั้นจะมีโอกาสเกิดปัญหาและไม่ได้มาตรฐานการผลิต
- มีรอยแตก (Cracks) จะเห็นเป็นรอยแตก รอยร้าวชัดเจนอยู่บนผิวของแนวเชื่อม เป็นตำหนิที่มีความรุนแรงมาก
- มีรูพรุน (Porosity): ตำหนิลักษณะเกิดฟองอากาศที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าตามผิวของแนวเชื่อมโลหะ
- การกัดเซาะ (Undercut): เกิดเป็นร่องลึกบนผิววัสดุที่อยู่ใกล้ ๆ กับแนวเชื่อม
- การขาดการหลอมรวม (Lack of Fusion): ชิ้นงานทั้งสองส่วนไม่ยึดติดกัน หรือยึดติดกันไม่สมบูณ์จากกระบวนการเชื่อมที่ไม่ได้มาตรฐาน
- รอยเกย (Overlap): เป็นลักษณะของขอบแนวเชื่อมที่ไม่เชื่อมสนิทต่อกัน แต่เป็นลักษณะขอบวัสดุสองชิ้นเกยซ้อนกัน
ความสำคัญของการตรวจสอบคุณภาพชิ้นงานเชื่อมโลหะ
การตรวจสอบคุณภาพชิ้นงานเชื่อมโลหะถือเป็นขั้นตอนที่มีความจำเป็นและมีความสำคัญมาก เพราะเป็นการตรวจสอบย้อนกลับไปตั้งแต่กระบวนการทำงานในขั้นตอนวางแผนเตรียมวัสดุ การเลือกใช้เทคนิคในการเชื่อม และฝีมือการเชื่อมของช่างผู้ทำการเชื่อม เพราะชิ้นงานที่เกิดตำหนิอาจส่งผลกระทบต่อการนำไปใช้งานจริงในเรื่องของความคงทน ประสิทธิภาพ และไม่ตรงกับการกำหนดมาตรฐานในงานก่อสร้างอาคารของบางภาคส่วน
FAQ
Q: ตำหนิแนวเชื่อมแบบไหนที่จัดว่าร้ายแรงมากที่สุด
A: การเกิดรอยแตก (Cracks) บนแนวเชื่อมเป็นตำหนิที่รุนแรง ไม่ควรนำชิ้นงานไปใช้งานเพราะอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่องานโครงสร้างได้
Q: การตรวจสอบคุณภาพชิ้นงานด้วยสายตา ช่วยได้จริงหรือไม่
A: ช่วยได้จริง เพราะตำหนิรอยเชื่อมส่วนมากจะถูกพบในขั้นตอนนี้ รวมถึงเป็นการตรวจสอบที่ง่ายและรวดเร็วมากที่สุด
Q: แนวเชื่อมมีฟองอากาศเล็กน้อย นับเป็นชิ้นงานมีตำหนิหรือไม่
A: ขึ้นอยู่กับมาตรฐานที่ใช้ในการรับชิ้นงาน หรือการเลือกใช้มาตรฐานสากล เช่น ISO ที่กำหนดจำนวนฟองอากาศหรือรูพรุนที่รับได้ไว้ แต่ถ้าเป็นรูพรุนที่เรียงกันเป็นแนวยาวหรือเป็นกระจุกใหญ่ ควรปฏิเสธการรับชิ้นงาน
ดังนั้น การตรวจสอบคุณภาพก่อนรับชิ้นงานไปใช้จะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจว่าได้รับชิ้นงานที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น แนะนำเชื่อมโลหะกับช่างมากประสบการณ์ เชื่อมโลหะงานละเอียด มีเทคนิคเฉพาะตัวที่ Prosupply เราส่งมอบแต่ชิ้นงานคุณภาพสูง มั่นใจในประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี
สนใจบริการเชื่อมโลหะของเรา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >> Prosupply บริการเชื่อมโลหะด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ ควบคุมด้วยระบบ CNC และคอมพิวเตอร์เต็มระบบ
🖥️ Line Oa: @prosupply
☎️ Tel: 099-3232989, 086-3328847, 063-3636595
✉️ Email: [email protected]
📘 Facebook: Laser Cut Pro Supply